เวลาที่คิดอะไรไม่ออก
พักนี้มีเรื่องกลุ้มใจหลายเรื่อง บางทีอยากหาทางออก พอเจอทางออกหนึ่งกับไม่อยากเดินด้วยวิธีนั้น ๆ คิดไปคิดมา ปวดหัว มึน ๆ นอนก็นอนไม่ค่อยหลับ ก็เลยรู้สึกเพลีย ๆ กว่าปกติ
เรื่องเรียนก็เครียด ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่มีอะไรน่าเครียดเท่าไหร่ แต่มันก็เครียดนะ
เรื่องอนาคตก็เครียด แบบกลัว หวาดหวั่นว่าจะเป็นยังไงต่อไป กลัวความไม่มั่นคง กลัว กลัว กลัว ก็ไม่ผิดหรอกใช่ไหม ที่จะกลัวไปล่วงหน้า
ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ฝนตกเกือบทุกวัน เป็นฤดูที่เหงาที่สุดนะ เหงากว่าฤดูหนาวที่มีหิมะตกซะอีก เพราะว่าอยู่ ๆ แสงแดดสดใสนั้นหายไป ใบไม้เริ่มร่วมทีละใบ ทีละใบ อาการเหมือนโดนกรีดด้วยมีดช้า ๆ นั่น มันน่าเจ็บปวดยิ่งกว่าตอนฤดูหนาวที่ไม่เหลืออะไรอีกต่อไปแล้ว
การทำอาหารเป็นการบำบัดนะ ช่วงนี้ให้เวลากับการทำอาหารมากขึ้น เหมือนเป็นงานอดิเรกประจำวันไป ขอลงรูปซ้ำหน่อยนะคะ

มาม่าอร่อย
อยากไปชอปปิ้งนะ ช่วงนี้เซลล์สะบั้นเลย แต่ว่า กลัวจะขนกลับเมืองไทยไม่ไหว พวกเครื่องนอนเนี่ยชอบซื้อมากเหมือนกัน ซื้อผ้านวมมาผืนหนึ่งด้วยหล่ะ ( ตอนนี้มีอยู่ 3 ผืน ) กรี๊ดด ขนผ้านวมกลับเมืองไทย ยังกะบ้านเราไม่มีขาย แต่อันนี้มันเป็นแบบที่ชอบลูบ ๆ คลำ ๆ มาไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบหน วันก่อนไปเดินดูมันลดราคาอีก 20 เปอเร์เซนต์ จากที่ลดไว้อยู่แล้วสี่สิบเปอร์เซนต์ ก็เลยต้องรูดปื๊ดดดดลากกลับบ้าน
อยากไปเที่ยว แต่ก็นะ ไม่มีตังส์เลยช่วงนี้ ต้องทำใจ
จริง ๆ ที่เบื่อ ๆ เพราะช่วงนี้ทำงาน 7 วันด้วยหล่ะ เหนื่อย ๆ ด้วยมั้งคะ ที่ห้างก็ขายดีมาก ๆ เลยนะ ทำให้ไม่มีงานทำ งงหล่ะซิคะ ก็เพราะเจนเป็นคนเช็คสต๊อกสินค้าที่เหลือประจำวันไงคะ ถ้าเกิดขายดี ก็ไม่ต้องเช็คมากไง วงไปเลย ศูนย์ ศูนย์ ศุนย์ แถมตอนส่งรายงานไปที่สำนักงานใหญ่ก็ได้หน้าด้วยนะ
เพราะขายดีเลยได้โบนัสพิเศษ โชคดีจริง ๆ